วันนี้ขอมาเล่าถึงประสบการณ์ในการทำธุรกิจครอบครัว ซึ่งหลายคนที่เคยได้ลองจับธุรกิจครอบครัว จะรู้ว่า มันเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย เพราะความแตกต่างในด้านของวัย ลำดับขั้นของครอบครัว แนวความคิด และวิธีการแก้ปัญหาต่อหนึ่งสถาการณ์มันดูเหมือนว่าจะเป็นไปกันคนละทิศทางเช่น ลูกอยากขยายธุรกิจ แต่พ่อบอกว่าเราทำไหวแค่นี้
.
เช่น ลูกอยากเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อหรือการหา supplier แต่พ่อก็ยังลงหลักกับเจ้าประจำ โดยลืมคิดว่าเกิด supplier ล้มหายตายจากไปจะทำยังไง
.
เช่น ลูกอยากสร้างแบรนด์และพัฒนา product ให้เป็นที่รู้จัก แต่พ่อก็มองว่าเรื่อง
เหล่านี้ไม่สำคัญ เพราะคนจะซื้อของกินอยู่ที่รสชาติ
.
เช่น ลูกอยากจ้างพนักงานมาทำงาน เพื่อให้ธุรกิจสามารถ Repeatable และ
Scalable ได้ แต่พ่อกลับมองว่ามันสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ทำเองยังดีเสียกว่าและนี่ก็เป็นสถานการณ์ตัวอย่างที่มีความจริงอยู่ในนั้นเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์
การมาหาว่าใครผิดใครถูกก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะในเรื่องนี้มันไม่มีใครที่ผิดและไม่มีใครถูก เพียงแต่ว่าเราต่างมองเหตุการณ์เดียวกัน โดยใส่รองเท้ากันคนละคู่คู่แรก คือรองเท้าของคำว่า “อาชีพ” หากมองการทำธุรกิจเป็นอาชีพ เราจะก็แทนตัวเองว่าเป็นพ่อค้าแม่ค้า ที่ตื่นเช้ามาต้องออกไปขายของ เราจะมองว่า รายได้
จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเรา ลงมือทำด้วยตัวเอง เพียงเท่านั้น
.
ถ้าเราหยุดงาน เราก็จะไม่ได้เงิน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ กำลัง สุขภาพ และศักยภาพใน
การทำสิ่งนั้นด้วยตนเอง
.
คนที่สวมรองเท้าคู่นี้ คือ คนที่สร้าง product on the shelf ผลิตสินค้าและบริการที่ตนเองทำได้ หรือถนัดเพื่อเอาสร้างเป็นรายได้
คู่สอง คือ รองเท้าของคำว่า “นักธุรกิจ” หากเรามองการขายอะไรสักอย่าง เป็นธุรกิจของเรา สมองและความคิดของเราจะคอยสอดส่องมองหาช่องทางในการทำเงิน
โอกาสในการสร้างรายได้ รวมถึงการตั้งโจทย์กับตัวเองว่า เราจะ Scale ธุรกิจของเราได้อย่างไรบ้าง สิ่งที่นักธุรกิจทำ ไม่ใช่การตื่นเช้ามาและออกไปขายของเหมือน
อย่างคนที่คิดว่าทำเป็นอาชีพ แต่คนที่สวมรองเท้าคู่นี้ คือ คนที่พยายามสร้างความต้องการของตลาด (Create demand for customer) คนที่พยายามเข้าใจลูกค้า (Empathy) และพยายาม forecast เหตุการณ์ การติดตามเทรนโลก และการมองหาคนที่มีความสามารถที่จะทำงานบางอย่างแทนเราได้ เพื่อจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่าดังนั้น วิธีคิดในการทำสิ่งต่างๆจึงเป็นตัวกำหนดการกระทำของเรา …
.
หากเรามองการค้าขาย เป็นอาชีพ เราก็จะลงมือทำทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้ เพื่อได้
เงินมา
.
แต่หากเรามองการค้าขาย เป็นธุรกิจ เราจะหาหนทางที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา โดยที่ไม่ต้องทำทุกอย่าง และทั้งหมด ด้วยตัวเองดังนั้น วิธีคิดในการทำสิ่งต่างๆจึงเป็นตัวกำหนดการกระทำของเรา …
.
หากเรามองการค้าขาย เป็นอาชีพ เราก็จะลงมือทำทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้ เพื่อได้
เงินมา
.
แต่หากเรามองการค้าขาย เป็นธุรกิจ เราจะหาหนทางที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา โดยที่ไม่ต้องทำทุกอย่าง และทั้งหมด ด้วยตัวเอง
from Blogger https://ift.tt/3FnMM8A
via IFTTT